วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555
วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555
วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555
หลักการใช้คำกิริยาในภาษาอังกฤษ (VERB)
หลักการใช้คำกิริยาในภาษาอังกฤษ
(VERB)
ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจกับนักศึกษาก่อนเรื่องการใช้คำกิริยาในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษซึ่งในปัจจุบันนี้นักศึกษาจะเห็นว่าภาษาอังกฤษมีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ยิ่งในยุคที่เรียกว่า “ยุคการสื่อสารไร้พรมแดน หรือ Globalization “คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าภาษาอังกฤษมีความสำคัญมากซึ่งอาจารย์ผู้เขียนเอง ได้กล่าวอยู่บ่อยครั้งว่า “คนยุคใหม่ถ้าไม่รู้เรื่องภาษาอังกฤษเลย ก็ดูเหมือนว่าจะล้าสมัยเสียเหลือเกิน “เพราะฉะนั้นหากนักศึกษามีความต้องการที่เข้าใย ( ต้องขอใช้คำว่า “เข้าใจ “ ) นะครับ เพราะถ้าใช้คำว่า “เก่ง “ก็คงต้องใช้เวลาศึกษาหลายปีทีเดียว ดูเหมือนว่ามันเป็นอะไรที่ห่างไกลเหลือเกิน .
นักศึกษาต้องถามตัวเองก่อนว่า เราเองมีความชอบหรือมีทัศนคติอย่างไรกับการเรียนภาษาอังกฤษ ? ทำไม ต้องถามอย่างนั้นก็เพราะว่า อย่างน้อยเราจะได้รู้ถึงขีดความสามารถของตัวเอง หรือขอบเขตความต้องการของเราก่อน
แต่รู้หรือไม่ครับมันเป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่สถานศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศเขาบังคับให้นักศึกษาได้เรียนกัน
หากเราทำความเข้าใจและมีใจชอบหรือมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษแล้วภาษาอังกฤษก็เป็นเรื่องที่ง่ายมากเพราะไม่มีอะไรที่ยากเกินความสามารถของผู้ต้องการใช้มันเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง
การเรียนภาษาอังกฤษหากจะเปรียบกับการฝึกจักรยานมันก็เป็นสิ่งที่ยากตอนเริ่มฝึกใหม่ ๆ เท่านั้นเองอาจจะมีล้มลุกคลุกคลานบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาแต่ หากฝึกได้บังคับทิศทางได้มันก็ไม่ยากอะไรเลย
ในการศึกษาภาษาอังกฤษนั้น ในปัจจุบันยิ่งสะดวกสบายเนื่องจากว่ามีคู่มือมากมายหลายสำนักได้เขียนออกมาซึ่งเราสามารถนำมาประกอบการเรียนได้อย่างดีเลยที่เดียว
อยากเก่งและเข้าใจภาษาอังกฤษเหมือนคนอื่นเขาหรือเปล่า ?
ทีนี้อาจารย์ผู้เขียนจะได้แนะเคล็ดที่ไม่ลับให้กับเหล่านักศึกษา เมื่อเรียนกับอาจารย์แล้วรับรองว่าจะเข้าใจภาษาอังกฤษและรักมันมากยิ่งขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียวลองติดตามกันดู
หลักการง่าย ๆ ที่เราจะเข้าใจภาษาอังกฤษก็มีเพียงแค่ไม่กี่อย่างไม่อยากบอกว่ามี 3 อย่างคือประธาน + กิริยา + กรรม ( subject + verb + object ) เช่น
The students go to school by the bus.
มีหลายคนที่ไม่เข้าใจเลยเนื่องจากไม่มีหลักในการจับเมื่อเห็นข้อความเป็นภาษาอังกฤษก็งง เป็นไก่ตาแตกเลย.
จากตัวอย่างข้างต้นที่ได้ยกมานั้นเราจะรู้ว่าประโยคนี้เขากล่าวถึงอะไรและหมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไหนเป็นอดีตปัจจุบัน หรือว่าอนาคตซึ่งในที่นี้เราจะใช้หลักการสังเกตจากคำกิริยานั่นเองจากประโยคที่ว่า The students go to school by bus. กิริยาในประโยคคือ go เป็นตัวบ่งบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทั้งนี้เพราะว่า กิริยาเป็นรูปปัจจุบัน
ทีนี้เรามาทราบรายละเอียดกันเลยครับ
คำกิริยา
( VERB )
Verb คือคำที่แสดงถึงอาการต่างๆ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงของเวลา กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือคำพูดที่แสดงถึงการกระทำของตัวประธานในประโยค หรือคำที่ทำหน้าที่ช่วยคำกิริยาด้วยกันนั่นเองกิริยาเป็นคำที่มีบทบาทที่สำคัญในแต่ละประโยคถ้าในประโยคนั้น ๆ ขาดคำกิริยาความหมายก็ไม่เกิดและไม่สามารถทราบถึงเหตุการณ์ต่าง ๆได้เลย หรือมีใจความที่ไม่สมบูรณ์
คำกิริยาตามหน้าที่แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. สกรรมกิริยา ( Transitive Verb ) คือ คำกิริยาที่ต้องมีตัวกรรม หรือคำอื่นเข้ามารองรับความหมายจึงจะสมบูรณ์ เช่น The boys kickfootball in the field. หมายความว่า
พวกเด็ก ๆ เตะฟุตบอลอยู่ที่สนามหญ้าคำว่า “kick “เป็นคำกิริยา บอกให้ทราบถึงเหตุการณ์ว่าในขณะนี้หรือปัจจุบันนี้เด็ก ๆ กำลังเล่นกันอยู่ ส่วนคำว่า “football”เป็นตัวกรรมหรือตัวที่ทำหน้าที่รองรับกิริยาให้มีความหมายสมบูรณ์ขึ้น เพราะถ้าใช้คำว่า “ kick “คำเดียวความหมายไม่สมบูรณ์ ไม่รู้ว่าเตะอะไร นั่นเอง
2. อกรรมกิริยา ( Intransitive Verb ) คือ คำกิริยาที่ไม่ต้องมีตัวกรรมหรือคำอื่นมารองรับก็ได้ความหมายสมบูรณ์เช่น The dogs run in the field. ประโยคนี้ไม่ต้องมีตัวกรรมมารองรับ ก็ได้ใจความสมบูรณ์ดีซึ่งคำว่า “run“แปลว่า “วิ่ง “คงไม่ต้องถามว่าใช้อะไรวิ่งนะครับ
3. กิริยาช่วย ( Helping Verb หรือ Auxiliary Verb ) คือ กิริยาที่มีหน้าที่ช่วยให้กิริยาด้วยกันมีความหมายดีขึ้น และยังมีหน้าที่ทำให้ตัวของมันเองมีความหมายที่สมบูรณ์ขึ้นได้ดีอีกด้วยเช่น She studies in Lamp – Tech college . Does she study in Lamp – Tech College ?
วิธีใช้คำกิริยาในภาษาอังกฤษ
( HOW TO USE VERB )
คำกิริยาในภาษาอังกฤษตามหลักไวยากรณ์แบ่งออกเป็น 3 ช่อง เรียกว่า “กิริยา 3 ช่อง “ซึ่งแต่ละช่องก็บอกถึงเหตุการณ์ในแต่ละช่วงของเวลาได้อีกด้วยตามตัวอย่างในตาราง ต่อไปนี้
| ช่องที่ 1 | ช่องที่ 2 | ช่องที่ 3 |
| run | ran | run |
| see | saw | seen |
กิริยาช่องที่ 1 ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
กิริยาช่องที่ 2 ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต
กิริยาช่องที่ 3 ใช้กล่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปอย่างสมบูรณ์ทั้งในปัจจุบันและอดีต เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ส่วนสมบูรณ์ของกิริยา หรือ Complement “
*** ตามความเห็นของอาจารย์ผู้เขียนนะครับเปรียบคำกิริยาเหมือนกับผู้กำกับหนังหรือละครตัวประธาน ก็เหมือนพระเอกหรือนางเอก ส่วนตัวกรรมก็เหมือนกับบทบาท ของนักแสดงทั้งหมด ที่ผู้กำกับต้องคอยป้อน ว่าจะให้สมบทบาทแค่ไหน หรือแสดงออกมาสมจริงอย่างไร.
คำกิริยามีวิธีใช้อยู่ 2 วิธี คือ
1. ใช้เป็นกิริยาแท้ของประโยคที่มีตัวประธานเป็นบุรุษสรรพนาม
( ยกเว้นสรรพนามบุรุษที่ 3 )และตัวประธานที่เป็นพหุพจน์ เช่น
I
We want a book.
You
they
The boyswant some books.
2. ใช้เป็นคำแสดข้อความที่มี toนำหน้ากิริยา เช่น to work , to go , to run , to buy เป็นต้น
ทั้งหมดทั้งสิ้นที่กล่าวมานั้นก็เป็นส่วนของคำกิริยา ซึ่งนักศึกษาสามารถทำความเข้าใจได้อย่างง่ายดาย ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ยากเกินไปสำหรับนักศึกษา.
กล่าวโดยสรุปแล้ว คำกิริยาที่ได้ยกมาพูดตั้งแต่ต้น สามารถสรุปได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
1. กิริยาแท้ ( Finite Verb )
2. กริยาช่วย (Auxiliary Verb )
ในส่วนของกิริยาช่วยนั้นอาจารย์ผู้เขียนเอง ขอกล่าวเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ซึ่งได้ผ่านหูผ่านตานักศึกษามาบ้างแล้วนั่นก็คือ
1. Verb to be ( is , am , are , was , were ) แปลว่า เป็น, อยู่ , คือ
2. Verb to have ( has , have , had ) แปลว่ามี
3. Verb to do ( do , dose, did ) แปลว่า ทำ
โดยทั่วไปแล้วเราจะเห็นว่า คำกิริยา ก็จะเป็นตัวแปร หรือตัวช่วยที่สำคัญ ที่ช่วยให้เราได้รู้
ถึงคำอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละประโยค ที่เรียกว่า”เหตุการณ์ “
ก่อนที่จะยุติเรื่องการใช้คำกิริยาในภาษาอังกฤษ ผู้เขียนขอยกตัวอย่างให้นักศึกษาดู เพื่อประกอบการทำความเข้าใจขอเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหรือในชีวิตประจำวัน
Manitis a student of this college. Every day he gets up at 06.00 o’clock and then he hurry takes a shower, cleans his shoes and gets dressed. His house is near the college about 4 kilometers , some times when it is raining he is going to take a motorcycle with his friend.
คำที่พิมพ์ด้วยตัวอักษรสำดำนั้นล้วนแต่เป็นคำกิริยาทั้งสิ้น ซึ่งบ่งบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน และยังบอกให้เราทราบว่าเป็นเหตุการณ์ในปัจจุบันอีกด้วยทั้งนี้สังเกตที่คำกิริยานั่นเอง
หากนักศึกษาอยากเข้าใจให้มากขึ้นกว่านี้ นักศึกษาต้องพยายามอ่านพูด และเขียนให้เยอะ ๆ จะได้มีทักษะมากขึ้น และในที่สุดการใช้ภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งที่ง่าย
และก่อนจาก ขอฝากข้อคิดไว้ว่า “ไม่มีคำว่าแพ้ ในหมู่นักสู้ “
“ความล้มเหลวของนักสู้มิใช่อยู่ที่เคยพ่ายแพ้มาก่อนแต่…อยู่ที่ไม่ยอมเริ่มต้นต่างหาก “
เอกสารอ้างอิง
1. ไวยากรณ์อังกฤษฉบับช่วยจำ( English Grammar ) โดย ดร.กรองแก้ว ฉายสภาวะธรรม
2. คู่มือศึกษาไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ โดย ฝ่ายวิชาการภาคภาษาอังกฤษ สถาบัน OPINION
3. standard English Grammarโดย อาจารย์สำราญคำยิ่ง ป.ธ.6 ,พ.ม.,C.P.E
4. Advance English Grammar โดย อาจารย์สำราญคำยิ่ง ป.ธ.6 ,พ.ม. ,C.P.E
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)